เวลา

วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2553

บทที่1 ความรักเริ่มต้น

คุณคงเคยได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง มันคงเกิดขึ้นไม่ได้บ่อยหรอก ผมคิดว่า ตอนนี้มันเกิดขึ้นกับผม ผมรู้ได้ว่าสาวที่นั่งอยู่ข้างผม ทำให้ผมเป็นแบบนั้น ผิวที่ขาว ผมเธอชั่งยาว สีดำเข้ม ตาโตแววตาสดใจ ใช่ครับเธอคงเป็นสาว ๆ ในสเปกของคนหลาย ๆ และเรากำลังจะไปเที่ยวทะเลกัน มันเป็นครั้งแรกที่ผมได้ขับรถไปกับสาว สองต่อสอง ถ้าเกิดพูดในมันดูดีหน่อย เรื่องนี้คงเป็นอะไรที่น่ารัก สดใส คุณว่าม่ะ ผมขับรถไม่เร็วนัก เผื่อความปลอดภัยในการเดินทาง และแล้วก็ ถึงหัวหินซะที ผมขับรถมา3 ชั่วโมงจากกรุงเทพ รู้สึกว่าเวลาเดินเร็วกว่าระยะทางที่ผมคิดไว้เสียอีก ความรู้สึกผมคิดว่ามันน่าจะเร็วกว่านี้ เรานั่งพักหาอะไรกินกันซักพัก กับร้านดังในย่านนั้น ร้านนี้อยู่ตรงหัวมุม ในยานตลาดหัวหิน ซึ่งที่ผมเลือกร้านนี้เพราะ มันมีอาหารหลายอย่าง ทั้ง ข้าวหมูแดง ข้าวมันไก่ ก๋วยเตี๋ยว ราดน้ำ หมูสะเตะ อาหารตามสั่ง และอีกหลายอยากเลยที่คุณจะคิดเมนูได้ ซึ่งเป็นครั้งแรกด้วยที่ผมได้กินข้าวกับเธอ ผมคิดว่าคงตัดเรื่องที่เธอกินนู้นกินนี้ไม่ได้ออกไปได้ และมันก็บ้านๆ ที่ผมคิดว่าคงบอกความเป็นตัวเราได้ดี ผมไม่เป็นคนสั่งก่อน ผมอยากรู้ว่าเธอจะกินอะไรเป็นอย่างแรกที่เราได้รู้จักกัน แต่สุดท้ายผมก็ต้องสั่งก่อนจนได้ เพราะเธอให้ผมสั่งก่อน ทำไงได้ละครับ ถ้าผมบอกไปว่า คุณสั่งก่อน มันคงไม่ได้แล้วละ เพราะเค้าโยนมาแล้ว! "พี่กระเพาหมูจาน" นั่นไงละพอผมสั่งเสร็จ ผมคิดไว้ในใจว่าเธอคงต้องพูดกับผมแน่ ๆ ว่าพี่สั่งง่ายเนอะ แต่ถ้าเอาดีๆ ตอนนั้นผมก็คิดว่า เออกูจะได้ดูเป็นคนเรียบง่าย แต่เธอคงเป็นคนเรียบง่ายกว่าผม "พี่ค่ะ เอาเหมือนกัน แต่ของหนูไม่ใส่พริกนะค่ะ" สิ้นสุดเสียง ผมได้แต่อมยิ้ม และไม่พูดอะไร จะพูดได้ไงละครับ ตอนนั้นรักษาฟอร์ม ถ้าเป็นตอนนี้ผมคงบอกเธอไปแล้วละ "อย่ามาอย่ามา มีความคิดบ้างมั้ยนี้!!" แต่ตอนนั้นผมยังไม่กล้า ช่วงเวลารออาหาร เราก็ได้พูดคุยให้สนิทสนมกันมากขึ้น การถามถึงอาหารจานโปรด และอาจจะเจาะลึกลง งานบ้านงานเรือน ผมเป็นคนหนึงที่ชอบผู้หญิงทำงานบ้าน แต่ไม่ใช่ว่าจะให้เค้ามาทำทั้งหมด เพราะผมชอบทำอาหาร เธอถึงกับตกใจกับการที่ผมบอกว่าผมชอบทำอาหาร เพราะเธอยังทำไม่เป็นเลย มันคงดี ถ้าผมได้ทำให้เธอกินซักครั้ง ในใจคิด เราคุยกันได้ซักระยะ อาหารที่สั่งก็มา เราใช่เวลาไม่มากในการกินเพราะ จากคนที่มันยืนรอ ทำให้ผมรู้สึกกดดัน ทำให้เราได้นั่งกันกันไม่นานหลังกินเสร็จ และเราต้องเดินทางต่อละ ต้องไปหาที่พักก่อนที่มันจะเย็นซะก่อน "เธอ เราถือของให้ม่ะ " ผมหาจังหวะซะนาน กว่าจะเอ่ยคำนี้ ผมคิดว่ามันน่าจะดี ถ้าเราทำให้เธอในครั้งแรก เราเดินจนทั่วตลาดหัวหิน สุดท้ายก็มาได้ที่ ที่ผมเคยมาพัก 2 ปีก่อน มันเป็นที่พักแบบราคาถูก แต่มีบรรยากาศที่ดี ห้องขนาด3x3 เมตรถึงจะได้ มีห้องน้ำส่วนตัว แต่สภาพก็สมกับราคาที่เราจ่ายแล้ว แค่เพียง 300 ต่อคืน ผมชอบที่นี้มาก เพราะเป็นที่ที่ ผมมากับเพื่อน ๆ เป็นประจำ แต่ในใจคิดว่าทำไมเราไม่พาเธอไปที่ที่ดีกว่านี้ ที่ที่โรแมนติกกว่านี้ แต่ผมคิดว่าดีแล้วน่ะ เราชอบแบบไหนก็อยากให้ คนที่เราคิดว่าจะอยู่กับไปทั้งชีวิตได้รู้เหมือนกัน ผมถามเธอว่าพี่พักที่นี้พอไหวหรือป่าว แต่ก็เธอไม่ว่าอะไร เธอยิ้มๆ พอเราเดินเข้ามาด้านในของตัวที่พัก เธอรู้สึกดีใจเมื่อได้เห็นทะเล และลมที่พัดสัมผัสใบหน้าของเธอเอง ระเบียงที่พักเป็นระเบียงขนาดใหญ่ ยื่นออกมาอยู่กลางทะเล และผมจุดนี้ละ ที่ผมคิดว่าเป็นเสน่ห์ของที่นี้ ผมรีบเอาของเก็บไว้ในห้อง และผมออกมานั่งพักริมระเบียง ผมเองก็เหนื่อยมากอยากจะนอนพักซักแปบ "พี่ค่ะ ไปเดินเล่นริมหาดกัน" ผมยังไม่หายเหนื่อยเลย แต่ผมคิดว่ามันคงเป็นโอกาสดี ๆ ที่ทำให้ความสัมพันธ์เราเพิ่มขึ้น ริมหาดทรายขาว โขดหินเรียงราย บรรยากาศดียามเย็น ผมและเธอ ก็เปลี่ยนชุดพร้อมเปียก และออกจากที่พักลงสู่หาด พอถึงหาดเธอก็ไม่รอช้า รีบวิ่งลงทะเล แต่ผมขอมานั่งดูเธอเล่นน้ำอยู่ที่หาดทรายดีกว่า เธอเหมือนเด็กที่ไม่เจอน้ำทะเลมาก่อน สุดท้ายเธอก็พยายามจะทำให้ผมเปียกตามไปด้วย แต่เสียใจที่ผมก็หลบไปได้ทุกครั้ง ที่สุดท้ายผมก้ต้องเปียก เพราะเสียงออดอ้อนของเธอ และท่าทางที่ที่น่าสมัผัส ผมวิ่งเข้าไปอุ่มเธอขึ้นบ่า แล้วก็ยกตัวเธอขึ้นเหนือตัวผม เป็นครั้งแรกที่ผมได้ถึงเนื้อถึงตัวเธอขนาดนี้ ผิวที่เรียบเนียนน่าสัมผัส ตาเราจองกันหลายครั้ง แต่ละครั้งรู้สึกได้ถึง แรงดึดดูด เราเล่นก็จนพระอาทิตย์เริ่มตกติด แสงสีแดงสาดแสงทอดยาวผ่านกิ่งไม้้ละโขดหิน ตัวผมนอนลง ขนานกับเงานั้น โดยมีเธอนอนข้างๆ เราพูดคุยกันในเรื่องครั้งก่อน ๆ ที่เคยมาที่นี้ ในครั้งก่อนที่เรายังไม่มีกันและกัน เธอไม่ค่อยได้มาเที่ยวแบบนี้มากนั่ง เพราะที่บ้านของเธอเวลาไม่ตรงกัน ผมจึงบอกเธอว่า ถ้าเรามีโอกาส ผมจะพาเธอเที่ยวไปเรื่อย ๆ เธอยินดี ที่ได้ยินผมพูดเช่นนั้น ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะได้มาเที่ยวแบบนี้อีกเมื่อไหร่ แต่ที่พูดออกไปตอนนั้นด้วยอารมณ์ หรือสัญชาตญาณมันสั่งก็ไม่รู้ เราพูดคุยกันอยู่นาน จนพระอาทิตย์ใกล้จะหายไปจากขอบฟ้า ผมว่าตอนนี้มันใกล้มึดแล้ว ผมจะชวนเธอกับบ้านพัก และจะได้อาบน้ำและออกไปหาอะไรกินกัน ในตอนนี้เรากำลังเดินกับนั้น เรายังเล่นม้าส่งเมือง ผมอาสาให้เธอเอง มันอาจจะเป็นความฝัน หรือในหนังซักเรื่องผมจำไม่ได้ว่า ถ้าเราว่าเดินกับสาวสองต่อสองที่ริมหาด ผมจะให้เธอคนนั้นขี่หลังผม และเดินริมหาดกัน ในยามพระอาทิตย์ตก มันไม่เพียงผมได้รับความอบอุ่นจากเธอ มันรวมทั้งบรรยากาศ ทั้งแสงแดดยามเ็ย็น แต่มันก็พอที่จะทำได้ เพราะตัวเธอหนักพอสมควร ขามันอ่อนแรงจึงทำให้ผมล้มลง หน้าจิ้มทราย ผมรีบดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วดึงมือเธอรีบออกจากเหตุการณ์นั้นอย่างรวดเร็ว จนถึงห้อง ผมอั้นขำตัวเองไม่ได้ แต่เธอกับไ่ม่ขำ รีบถามมาเป็นการใหญ่ว่าเป็นอะไรมั้ย เจ็บตรงไหนมั้ย มันแน่อยู่แล้วที่ผมต้องบอกไปว่าไม่เป้นหรอก แค่นี้ไม่ถึงตายหรอก ไกลหัวใจ แต่ที่จริงผมเจ็บจน ขาผมชา ผมอั้นเจ็บและบอกให้เธอเข้าไปอาบน้ำก่อน ผมมานั่งพักรักษาแผลอยู่ระเบียงหน้าห้อง หลังที่เธอเดินเข้าห้องไปอาบน้ำ ผมคิดในใจในขณะที่เจ็บแผลอยู่นั้น ว่าถ้าขอเธอเข้าไปอาบน้ำตัวตอนนี้ เธอคงไม่ว่าผมเป็นแน่ แต่อย่าดีกว่า ผมจึงหยุดคิดและ เดินไปที่ก๊อกน้ำทำการล้างแผล ที่ติดทรายนิดๆ หน่อย ๆ ที่ติดอยู่ที่ขาและกับมานั่ง ในช่วงเวลาที่ได้อยู่คนเดียว ผมกับคิดอะไรต่าง ๆ นานา ถามมันเป็นเรื่องดี ๆ ผมคงเล่าให้ฟังแล้วละ แต่ก็อย่างว่าในสมองของผู้ชายมันก้มีจุดที่ต้องคิด แต่มันก็ผ่านไปเมื่อผมได้ยินเสียง "พี่ค่ะ ไม่อาบน้ำหรอ"

วันพฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2553

อยากเขียนเรื่องสั้นกับ 7 บทความ กับความรักที่ไม่ยืนยาว

1.ความรักเริ่มต้น
2.สุขงอม
3.ยามค่ำคืน
4.ประคับประครอง
5.ประติดประต่อ
6.ปล่อยเวลาเยียวยา
7.ถนอมน้ำใจ

7บทความ กับความรักที่ไม่ยืนยาว

ไม่เริ่มอะไรมากละกัน เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า กับ 7 บทความที่จะเริ่มเขียน มันคงไม่ใช่ความรักในแง่มุมที่ ออกมาสวยงามซักเท่าไหร่ บทรัก มากมาย หยิบฉากที่รักกัน หรือ ทำให้ความรักมีความสุข มันอาจจะเป็นบทความที่ไม่ได้เติมเต็มกับความรักมากนัก ผมแค่อยากให้คนที่รักกัน อ่านแล้วคิดถึงตอนที่ทะเลาะกัน คิดถึงตอนที่ตัวเองคิดที่จะโกหกอีกฝ่าย หรือแม้กระทั้ง ตอนคิดที่จะมีอะไรกันครั้งแรก หรือการที่ปกปิดไม่ให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงอะไรบ้างอย่าง ที่มันอาจจะไม่ได้ร้ายแรง แม้กระทั้งนินทาแฟนตอนอยู่กับเพื่อน ๆ และอีกหลายๆอย่าง ผมไม่ได้บอกว่าผู้ชาย หรือผู้หญิงเป็นแบบข้างต้นซะหมด ผมอาจจะเป็นพวกคนขี้อิจฉา ผมขอเล่าก่อนที่ผมจะเขียน7 บทความนี้ ซักนิดละกัน วันนั้นผมไปกับเพื่อน เพื่อนผมชื่อบี วันนั้นไอ้บีทะเลาะกับแฟนมา มันก็ชวนผมไปหาอะไรกินเพื่อระบายสิ่งที่พบเจอมา ผมก็เข้าใจ ก็ไป ไปกันมันซะหน่อย ตลอดทางก่อนถึงร้าน สิ่งที่ไอ้บี ได้พูด ก็คือ มึงดูคู่นั้นดิ แมร่ง เห้ย มึงดูผู้หญิงคนนั้นดิว่ะแมร่ง เค้ายังยกขอเองเลย แฟนแมร่งยังไม่ต้องยกให้เลย เค้ายังดูรักกันเลยว่ะ และอีกหลายๆ เหตุการณ์ ผมขอไม่เล่าต่อเพราะว่าคงจะยาวไป คุณไม่ต้องเดาหรอก ที่ผมยกเรื่องไอ้บีขึ้นมา ใช่ผมก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน แต่เราจะบ่นให้เพื่อนฟังทำไม นี้ละ ผมจึงคิดที่จะเขียนถึง คนที่สวมใส่หน้ากากแต่ใจรักกัน และนั้นเป็นเหตุใน 7 บทความ ที่คนถอดหน้ากากออกมานั่งเขียนให้คนใส่หน้ากากอ่าน

ผมว่าชื่อเรื่องมันยังไม่ดีเท่าไรนะ ถ้าเขียนจบมันอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงคุณคงไม่ว่าอะไรนะ