เวลา

วันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ไม่เคยพอดี

ผมนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิต แต่ใจผมกับไม่ได้คิดถึงเรื่องานเลย มาเป็นอาทิตย์แล้ว ผมไม่ได้มีเรื่องคอขาดอะไรหรอก แต่มันทำให้ผมหยุดคิดไม่ได้ เพราะผมอาจจะทำให้ชีวิต ข้างๆ ผมเสียใจ เพราะความไม่มั่้นใจในตัวผม แค่ผมไม่มันใจว่าเค้าจะ อยู่กับผมไปได้นานแค่ไหน ผมจะรับเธอได้นานมั้ย มันเป็นเพียงขอแก้ตัวหรือป่าวที่จะ เลิกกับใครคนนึง แต่ถ้ามันเพิ่งเริ่มต้น เพิ่งรู้จักกัน เพิ่งคุยกันได้ ไม่กี่วัน แต่เรากลับพูดเข้าไปในความรู้สึกลึก ๆ ขอเค้าเสียแล้ว มันเข้าไปจนผมรู้สึกว่าถ้าผมดึกมันออกมา มันคงติดออกมากับความเจ็บปวดด้วยแน่ๆ แต่ถ้าลึกไปกว่านั้น ไม่ต้องถามเลย เพราะผมก็ยังไม่รู้ว่า มันจะติดอะไรมาอีก หรือว่าลึกจนผมหาทางออกไม่เจอ ก็เป็นได้ ถ้าเรื่องเป็นแบบนี้คุณจะเลือกแบบไหน ถ้าคุณรู้สึกดีกับคน ๆ นึงแต่กลับรู้นึกว่า คนนี้อาจจะไม่ใช่คู่เราในอนาคต เราจะลองศึกษาจนเรารู้ว่า ใช่หรือไม่ใช่ดี ถ้าไม่ใช่ละ มันจะผิดไหมที่จะบอกว่า เราไปด้วยกันไม่ได้ หรือจะเลิกและบอกว่าเราเป็นพี่น้องกันเหอะ แต่ผมก็รู้สึกว่า ทั้ง 2 อย่าง ความหมายมันก็หมายถึงข้ออ้างที่จะแยกตัวออกจากกันอยู่ดี แต่ถ้าผมไม่ได้คิดแบบนั้นอีก ถ้าผมอยากเป็นพี่น้องจริง ๆ ผมว่าอีกฝังก็คงทำใจไม่ได้อีก หรือถ้ามันเข้ากันไม่ได้จริง ๆ มันก้เป็นเพราะเราไม่ปรับเข้าหากันหรือป่าว เพราะเรารักตัวเองมากไปหรือป่าว ที่ไม่ยอมลดเรื่องบ้างเรื่อง ทำเรื่องยาก ๆให้เป็นเรื่องง่าย มันก็จบ เพียงคุณ ลองฟังเค้าบ้าง ลองทำตามเค้าบ้าง มันก็คงเข้ากันง่ายขึ้น แต่ผมว่ามันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น นั้นคนหลายคน คงทำไปแล้วถ้ามันง่ายอย่างที่ผมพิมพ์มา แต่ผมว่าเรื่องทั้งหมดอาจจะเกิดจากเรื่องเพียงเล็กน้อยมาก ๆ ที่เรากับมองจุดนั้นไม่ออก บ้างที่ผู้ชายไม่ได้ต้องการ ในสิ่งที่เค้าบ่นมาในหลายๆ เรื่องก็ได้ แต่เนื่องจากเค้าไม่ได้ในจุดที่เค้าต้องการเพียงนิดเดียวและ มันเป็นการสะสม จนทำให้เรื่องทุกเรื่องดูเป็นเรื่องใหญ่ไปซะหมด อย่างผม ผมมีไม่กี่เรื่องหรอกที่ทำให้ผมไม่พอใจ แต่ถ้ามันเค้าเริ่มไม่ชอบผมในจุดเล็ก ๆ ของผมตรงนั้นแล้ว มันเหมือน เค้าก็รับเราไม่ได้เลยในทุก ๆ จุด ถึงจุดเล็ก ๆ นั้น คือเรื่องการอยู่กับเพื่อนของเค้าเอง ผมไม่รู้ว่าเธอคนนั้นมาอยู่ข้างๆ ผม เค้าต้องการเวลามากแค่ไหน และเพื่อนผมต้องการเวลามากแค่ไหน ผมไม่รู้หรอก แต่ผมรู้ว่าคนที่อยู่กับผมมาตลอด เมื่อผมทุก เมื่อผมเศร้า เมื่ิิอผมสุข เมื่อผมรู้สึกทุก ๆ อย่างมามากกว่าคนที่ผมพึ่งรู้สึกดี ๆ ด้วย และยิ่งกว่านั้น ถ้าเป็นครอบครัวผมนี้คงไม่ต้องพูดว่ามันยาวนานแค่ไหน ผมอาจจะมองความรักเห็นแก่ตัวเกินไป ผมมองถึงแต่ชีวิตที่อยู่รอบตัวผม แต่ผมคิดว่าคุณก็มีเช่นกัน แต่การที่เราปรับตัวเข้าหากัน ผมว่าการที่ค่อยๆ ให้ทุก ๆ อย่าง ออกไปอย่างช้า ๆ และค่อยๆ มีการปรับ คุณว่าม่ะ แต่ผมก็พูดไปอย่างนั้นละ ตามความคิดในตอนนี้ ถ้าผมโตกว่านี้ผมอาจจะไม่คิดแบบนี้แล้วก็ได้ ผมก็บ่นมาซะเยอะเลย แต่เรื่องที่ผมบ่นตั้งแต่แรกคุณจะเลือกอะไร ผมอิจฉาคนที่ตัดสินใจได้ดีกว่าผม ทิ้งที่การตัดสินใจนั้นมาจากความจำยอม หรือไม่ถ้าคุณคิดถูกที่จะเดินจาก แล้วมันเป็นเรื่องดี กว่าที่คุณเดินหน้าและเจ็บไม่ใช่เพียงคุณที่เจ็บ แค่ความไม่พอดีของคุณเอง คุณจะเลือกรัก หรือคุณจะเลือกที่จะหยุดรักกันแน่!!


เห้ย!! มึงทำงานอยู่ป่าวว่ะ

อ๋อทำครับ ๆ

เย็นนี้ทำให้ทันนะคุณ ผมรีบเอาไปให้ลูกค้าดู

วันพุธที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2553

สิ่งเล็ก ๆ

*อยากให้โลกหยุดหมุน อยากให้เวลา หยุดอยู่ตรงนี้ เพียงแค่หยุดความรู้สึก
*มันอาจจะเล็กน้อย แต่ก็พอทำให้ผม จำได้ไปชั่วชีวิต

วันอังคารที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ชีวิตที่อัพเกรด

พับ!!!! พับ!!!!
ฮา ๆๆๆๆๆ ทำได้ป่าว ทำได้ป่าว เสียงเด็กชายข้างออฟฟิตผม
ช่วงเย็น ๆ ผมมักจะออกมาหาอะไรกินหน้าออฟฟิตเสมอ ๆ แถว ๆนั้นจะมีร้านค้าขายอาหารขายขนมอยู่ ทุก ๆ วัน ก็จะเจอเจ้าเด็กผู้ชายชอบวิ่งเล่นอยู่หน้าออฟฟิต ซึ่งดูจากชุดนักเรียนก็น่าจะ เรียนระดับประถม คงเป็นลูก ของพ่อค้าแม่ค้าซักคน แถวๆ นั้น ตัวไม่ใหญ่มาก วันนั้นผมก็ออกมาหาอะไรกินตามเคย ก็ได้เห็นไอสอนนี้ละ กระโดด ไปกระโดดมา และมันมีอาวุทคือกระดาษที่พับเป็นสามเหลี่ยน ซึ่งผมจำมันไม่ได้แล้ว ถ้าเจ้าเด็กตัวแสบที่ผมว่ามันไม่เอามาเล่น ผมคงลืมมันไปนานกว่านี้ (ขอแทนเจ้าตัวแสบว่าไอสองละกันครับ ที่จริงก็ไม่รู้ชื่อมันหรอก เอาเป็นว่าผมชอบชื่อนี้ก็แล้วกัน)

วันพฤหัสบดีที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ขาดเวลา

ตอนเด็ก ๆ ผมไม่เคยชอบ แม่ที่พูดมากเสียงดังและขี้บ่น และแม่ที่จู้จี้ ตอนเด็ก ๆ ผมไม่ชอบพ่อที่ขี้กดดันไม่เคยให้กำลังใจไม่เคยสนใจ พูดน้อยและเสียดสีแม้ผลรับมันยังไม่เกิด ผมไม่ชอบเลยที่พ่อแม่ทิ้งผมไว้คนเดียว มารับผมเป็นคนสุดท้ายของโรงเรียน จนถึงให้ผมต้องนั่งรถเมล์กลับบ้านเองตั้งแต่ป.3 หาของกินกับร้านค้าข้างบ้านเพื่อเอาตัวรอด กับการที่โดนว่าเป็นเด็กไม่รู้จักโต ว่าตั้งแต่เด็กจนโต และมีอีกมากมาย ที่ผมไม่เคยชอบเลย แต่จนสุดท้ายที่ผมรู้ตัวอีกที ทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกประสบการณ์ ทุกเรื่องราว จนกระทั้งการสอนแบบไม่ได้ตั้งใจ แบบหากินเอง กลับบ้านเอง อยู่กับเพื่อนบ้านรอบ ๆ บ้าน จนกระทั้ง การไม่ยอมแพ้ต้องคำพูดของพ่อ กับการที่ว่ามึงทำไม่ได้อย่างนั้นอย่างนี้ ผมก็ยังคงทำอะไรไม่ได้อย่างนั้นอย่างนี้นั้นละ แต่ท่านไม่เคยพูดว่าในสิ่งที่ผมทำได้ต่างหาก เพราะท่านอยากให้ผม รู้ถึงจุดที่ผมทำไม่ได้ต่างหาก การเติบโตขึ้นมา บ่อยเลยที่เราขาดเวลา แต่เป็นเพราะว่าเวลาเราพอแล้วและมีส่วนมาเติ่มเต็มในชีวิตต่างหาก เพราะพ่อแม่ของผมทำให้ผมรู้ว่าเวลาที่พอแล้วคืออะไร การสอนแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจ นั้นคือการเติ่มเต็มของชีวิตของผมเอง และผมก็รู้ว่าในสิ่งที่ดีและไม่ดีในตัวผมเป็นยังไง และผมก็คงไม่ทิ้งมันไปไหน เพราะมันเป็นสิ่งที่ผมรักกว่าตัวผมเองซะอีก ผมรักพ่อกับแม่มากครับ (วันแม่ 2010)