วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2555
ไม่รู้ว่าอะไร แต่รู้สึก
เดินทาง ผ่านทุ่ง ยอดน้อยใหญ่ สีเขียดสด หยุดดู
ถามถึงท้องฟ้าที่สาดแสง ไม่มีที่ใด ที่ส่องแสงงาม ผ่านพื้นน้ำ และ ลำธาร
กับไม่มี ลำธารที่เราอยากมอง แสงที่ส่องสว่างผ่านฟ้างาม
แต่ทำไมทุ่งยังเขียดสด ไม่จางหาย ถ้า
ยังมีเศษไม้ ให้เก็บ ยังมีเศษใบหญ้าแห้ง ให้ปกคุม
ต้มไม้โอบล้อมสิ่งที่ต้องการแค่แสงรำไร
กับแมลงที่เพียงแค่ต้องการปีบขึ้นลงไปมา หมู่นกร้องไปกับกิ้งไม้ที่โยกไร ๆ
ตามแสงของพระอาทิตย์
ระบบความฝันนิยม
ผมว่าทุกคนต้องมีความฝัน แต่ไม่ต้องพูดก็รู้ ว่าคนส่วนใหญ่ ไม่ค่อยได้ทำความฝันให้เป็นจิงซักเท่าไหร่ แต่เราไปทำตามกระแสสังคม ทุกทิศทางกับมีแต่พวกนายทุนที่กำหนด ชีวิต กำหนด ราคา ค่าตัวคุณ ทำให้คุณเป็นแค่เม็ดเงินที่ให้พวกนายทุน จะหยิบและจัดใส่ ไปตามตำแหน่ง ที่เค้าต้องการได้ ทุกคนต้องกินต้องใช่ และ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเงินตรา อันนั้นผมไม่เถียง ทุกคนเกิดมา ตามระบบ แบบนี้มายาวนานแล้ว แต่ระบบที่เรามี แต่ผมกำลังคิดถึงระบบ เก่าๆ ที่นำมา ปรับใช้ และพัฒนา ในรูปแบบใหม่ ผมแค่คิดเล่นๆ ยกตัวอย่างขึ้นมาซัก 1 ตัวอย่าง ถ้าตอนนี้ งานสถาปนิกที่ผมทำอยู่นั้น ต้องแยกกันกินแยกกันหาลูกค้า ฟันราคากัน เหมือนเอามีดกรีดพวกเดียวกัน เพื่อรับใช้เงินตรา และระบบ หน้าทุกที่จ่ายงาน ในราคาที่เป็นไปตามระบบ เพราะ คนไทยไม่รู้ถึงคุณค่าของ การว่างพื้นที่ใช่สอย หรือการใช้งานในระบบต่างๆ ในการดำรงชีวิต เพียงทุกคนบอกว่าเป็นเพียงคนเขียนกระดาษ ให้กับช่างดูเท่านั้น หลังจากที่ผมพูดออกนอกเรื่องไปอยู่นาน ผมคิดว่า นี้ละเป็นจุดเปลี่ยน ขอวสังคมได้ ถ้าเริ่มจากความฝัน ทุกคนบนโลกนี้ทำตามความฝัน ซึ่งผมของเรียกระบบนี้ว่า ระบบบนความฝัน มันต้องค่อย ๆเปลี่ยน ๆ ผมคิดว่าระบบนี้จะมาทำลายระบบทุนนิยมได้ เริ่มจากที่ผมไปทำงานตามความฝัน จากออฟฟิตที่มีคนทำงานอยู่ ก็กับน้อยลงไป 1คน ความต้องการของในทุน ก็คิดว่าจะหยิบ หมากตัวต่อไปมาว่าง ทำให้ระบบงาน เดินไปได้ตามที่ต้องการ ใช่ระบบมีอยู่แล้ว เฟื่องที่ค่อยทำให้ ระบบหมุนไปข้างหน้า แต่ถ้าทุก ๆ คนค่อย ๆ ทำๆ ค่อย ๆ ให้เฟื่องระบบทุนนิยมหมุ่นช้าลง ๆ แต่ผมละจะกินอะไร ถ้าออกไปทำตามความฝัน และสิ่งที่ต้องการ ในความฝันที่เราอยากทำ มันแปรเป็นเงินได้ แต่แค่มันไม่มากในตอนแรก แต่ถ้าทุกคน เริ่มที่จะทำตามระบบบนความฝันละ คนที่อยู่ในระบบทุนนิยม ขาดแคน ระบบทุนนิยม ก็จะต้องปรับราคา สิ่งที่หายาก ให้สูงขึ้น ใช่ ค่าในอาชีพที่เราทำ มันก็จะสูงตามไปด้วย และผมเข้าใจว่ามันเป็นไปได้ยาก เพราะสุดท้าย ของทุกอย่าง จะแพงหมด ทุก ๆ อาชีพก็จะแพงหมด เพราะทุกคนทำตามความฝันกันหมด
ติดตามช่วงหน้า
งาน 1 ชิ้นที่เราตามความฝัน อาจจะเป็น งานที่หาที่ไหนไม่ได้แล้วจริง ๆ ผมว่า ต้องมีวิชาปรับความฝันเป็นความจิง วิชาปรับความฝันเป็นเงิน อะไรอย่างเสริมในวิชาเรียนนะ
สังคม กลับหัว
จากที่ผมนั่งเล่น เฟชบุค มากระแสของสังคมอยู่นาน ทุกวันที่มาที่ทำงาน
เช้าที่นั่งลงที่คอมตัวเอง โปรแกรมแรกที่เปิด คือเฟชบุค และค่อย ๆ เปิด
msn จนเวปที่เราสนใจ สุดท้ายมาเปิดงาน ซึ่งมันตลกดี
ผมทำแบบนี้มาเป็นเวลาเท่าไหร่แล้ว เมื่อ3ปีก่อน ผมเป็นเด็กนักศึกษา
ที่แอนตี้ ระบบอินเตอร์เนต มองพวกนั่งแชตหรือว่าตอบ hi5
เป็นพวกติดสังคมเน็ตเวิค แต่ตอนนั้นสังคมผม ไม่ใช่แบบนี้
มันอาจจะเป็นข้ออ้าง ที่จะบอกว่า ตอนนั้นผมอยู่ในกลุ่มหัวโบราน ก็ว่าได้
แต่ป่าวเลย จนกระทั้งผม ได้ไปดูหนังเรื่องนึง
ที่เป็นคนรุ่นพ่อที่กลับมาเจอกันอีกครั้ง แต่กลับมาเจอกันพร้อม ๆ
มีลูกตามมาด้วย แล้วได้เดินทางไปยัง สถานที่ที่ตัวเอง ใช้ชีวิต
และเล่นในวัยเด็ก แต่ลูกของเค้า เกิดมาเป็นอีกยุคแล้ว หนังคงไม่ได้
บอกถึงเฟชบุค หรือว่า msn หรอก แต่ผมคิดมองย้อนกับตัวเองว่า มันชั่งไวจิง ๆ
เวลาเราค่อย ๆ โดนกลืนตามกระแสสังคม จนไม่กล้าที่จะกลับไปมอง
ในแนวขว้างสังคัม ตอนแรกผมก็คิดว่าผมอ้างจะเป็นแค่คนยุตผมเท่านั้น
คนยุคโบรานอย่างคุณพ่อคุณแม่ คงไม่ได้เป็นไปด้วย เมื่อ2-3
วันก่อนผมกลับบ้าน ผมออกไปกินข้าวตามปกติตามร้านอาหารตามสั่งข้างบ้าน
ซึ่งตามบ้าน ๆ จะต้องมีเด็กวิ่งไปวิ่งมา ตามที่เราคุ้นเคย
แต่กับมีแต่คนรุ่นเรา ๆ นั่งกินข้าวกันอยู่
ผมถามป้าขายข้าวว่าเดี๋ยวนี้เด็ก ๆ ในหมู่บ้านเราไม่ค่อยมีเลยเนอะ โต ๆ
กันหมดละ ป้าก็หัวเราะ คงหัวเราะว่าผมไม่ได้กลับมาบ้านนานหรือป่าว
เพราะแกตอบกับว่า นู้น!!
อยู่นั้นร้านนู้น!! ร้านนั้นไม่มีไรมากหน้าร้านเป็นกระจก มีรูปสติกเกอร์
ติดเต็มหน้าร้าน ผมรู้ว่าในนั้นคืออะไร
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)