เสียงเพลงชาวค่ายดังต่อเนื่องไม่หยุดหย่อนแข่งกับแสงแดดจ้าของยามบ่าย สีหน้าของทุกคนต่างดูสนุกสนานไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย เว้นแต่ในมุมหนึ่งของรถทัวร์ เต็ง...ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา นั่งนิ่งเงียบ สายตาเหม่อมองไปนอกหน้าต่าง ในใจว้าวุ่นครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ในตอนเช้าก่อนเดินทางมากับคณะชมรมค่ายอาสาของมหาวิทยาลัยที่เขาเป็นสมาชิกอยู่ เขาทะเลาะกับพ่อ และครั้งนี้ดูจะเป็นการทะเลาะกันครั้งที่รุนแรงที่สุดตั้งแต่เขาจำความได้ เพราะโดยปกติแล้วเขาสนิทกับพ่อมาก เนื่องจากแม่เสียไปตั้งแต่ยังเด็ก พ่อจึงเป็นผู้เลี้ยงดูเขามาตลอด และเป็นคนที่เขาคิดว่าเข้าใจเขามากที่สุด แต่ครั้งนี้พ่อกลับไม่มีเหตุผลเสียเลย พ่อห้ามเขาออกค่าย โดยที่ไม่ยอมอธิบายถึงเหตุผลใดๆ เขาทุ่มเถียงกับพ่ออยู่นาน จนสุดท้ายพ่อก็ยอมให้เขาออกจากบ้านมาด้วยความไม่เต็มใจ
เสียงเพลงเงียบลง รถจอดสนิทหยุดนิ่ง ชาวค่ายเริ่มขนย้ายข้าวของลงไปยังที่พัก เต็งตื่นจากภวังค์เพราะเสียงเรียกของเพื่อน เขารีบสลัดความคิดเรื่องพ่อออกไป และทำหน้าที่เป็นชาวค่ายที่ดี กุลีกุจอช่วยงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ
ชีวิตชาวค่ายดำเนินไปอย่างปกติสุข ทุกคนสามัคคีกันสร้างโรงเรียนเพื่อเด็กๆชายแดนที่ต่างมาวิ่งเล่น คอยเอาน้ำเอาท่ามาให้พี่ๆไม่ได้ขาดมือ แต่แล้วเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงได้เกิดขึ้น กลุ่มโจรก่อการร้ายได้เข้ามายึดค่าย และจับชาวค่ายไว้เป็นตัวประกัน ฝ่ายพ่อของเต็งเมื่อได้ทราบข่าวจากทางโทรทัศน์ ก็พยายามติดต่อไปยังค่าย แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าใดๆ สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆเมื่อสื่อแจ้งว่ามีตัวประกันได้รับบาดเจ็บ ชีวิตชาวค่ายตกอยู่ในอันตรายนานถึงสามวัน ตำรวจตระเวนชายแดนจึงสามารถปราบปรามกลุ่มกองโจรได้สำเร็จ และยึดค่ายคืนมา เต็งและชาวค่ายปลอดภัย ด้วยความรับผิดชอบที่มีต่อค่าย สมาชิกชมรมค่ายอาสาจึงกลับมาดำเนินภารกิจสร้างโรงเรียนจนสำเร็จลุล่วง
เต็งกลับมาถึงบ้าน พ่อยืนรอเขาอยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าของพ่อมีน้ำตา น้ำตาซึ่งตลอดมาเขาไม่เคยเห็นมันมาก่อน
เขาถามถึงเหตุผลที่ทำให้คนเข้มแข็งอย่างพ่อร้องไห้ คำพูดพร่างพรูออกมาจากปากของพ่อไม่หยุด สาเหตุที่พ่อห้ามเขาอย่างไม่มีเหตุผลเรื่องค่ายเป็นเพราะพ่อมีความฝังใจเรื่องย่าของเขา ที่เสียชีวิตเพราะไปออกค่ายเป็นครูสอนเด็กชายแดนและถูกกลุ่มโจรก่อการร้ายฆ่าตาย เหตุการณ์นี้ฝังใจพ่อมาก พ่อไม่อยากให้เขาไปออกค่ายเพราะกลัวว่าจะพบเจอเหตุการณ์เช่นเดียวกันกับย่าของเขา แต่โชคของเต็งยังดีนัก ที่มีตำตรวจตระเวนชายแดนเข้ามาให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ตำรวจตระเวนชายแดนที่ได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมโดยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่าของปวงชนชาวไทย พระองค์มีความผูกพันกับตชด.มาก และคำว่า “สมเด็จย่า” นี้ก็มาจากความผูกพันราวย่ากับหลานที่พระองค์มีต่อตชด. จนทำให้เหล่าตชด.เรียกขานพระองค์ว่า “สมเด็จย่า” นั่นเอง หากตชด.ไม่ได้รับการสนับสนุนและเติบโตมาจนถึงทุกวันนี้ ชะตาชีวิตของเต็งและชาวค่ายจะเป็นอย่างไร ก็ยากที่จะคาดเดานัก เต็งและพ่อของเขาต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จย่าเป็นอย่าง ยิ่งที่โปรดให้การสนับสนุนและสร้างแรงบันดาลใจอย่างใหญ่หลวงในการทำหน้าที่ของเหล่าตชด. และนอกจากนี้ ตชด. ยังเป็นจุดกำเนิดของพระราชกรณียกิจที่สำคัญอีกหลายประการ รวมถึงการก่อตั้งแพทย์อาสา พ.อ.ส.ว. อีกด้วย
เต็งและพ่อ นั่งลงที่เก้าอี้ ผลัดกันพูด ผลัดกันเล่าถึงเหตุการณ์ที่ต่างคนต่างพบเจอมาด้วยรอยยิ้มและความเข้าใจในกันและกันมากยิ่งขึ้น หลังจากผ่านเหตุการณ์โจรก่อการร้ายยึดค่าย เต็งรู้สึกได้ถึงความรักที่พ่อมีต่อเขาอย่างเต็มเปี่ยม เขาพูดขึ้นมาเบาๆขณะที่พ่อกำลังเล่าเรื่องราวของย่าให้เขาฟัง “ครับ ผมก็รักพ่อเหมือนกัน”
วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2552
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น